icon_dividend_policy

รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559

ประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2559 เวลา 14.00 น. ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เลขที่ 60 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

ดร. สุรินทร์ ตันติเจริญเกียรติ เลขานุการบริษัท ในฐานะเลขานุการการประชุมผู้ถือหุ้น ได้แนะนำคณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารที่เข้าร่วมประชุมดังนี้

กรรมการที่เข้าประชุม

1. นายอาสา สารสิน ประธานกรรมการ - ประธานที่ประชุมผู้ถือหุ้น
2. นายฟรานซิส แวนเบลเลน กรรมการผู้จัดการ และ กรรมการบริหาร
3. นายสดาวุธ เตชะอุบล กรรมการ และประธานคณะกรรมการบริหาร
4. นายทอมมี่ เตชะอุบล กรรมการ กรรมการบริหาร และ
กรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน
5. นางสาววิมล ชาตะมีนา กรรมการ
6. นายวินัย วามวาณิชย์ กรรมการอิสระ กรรมการบริหาร และ
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
7. นายอัศวิน คงสิริ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ กรรมการบริหาร และ
ประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน
8. นายพินิต วงศ์มาศา กรรมการอิสระ และกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน
กรรมการที่ไม่ได้เข้าประชุม
1. นางสาวประภา ปูรณโชติ กรรมการและกรรมการบริหาร
2. นายคาเรล วินค์ กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ
ผู้เข้าร่วมประชุม
1. นางวรทิพย์ ฤกษ์พิบูลย์ ผู้อำนวยการ - การเงิน
2. ดร. สุรินทร์ ตันติเจริญเกียรติ เลขานุการบริษัท - เลขานุการที่ประชุมผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารของบริษัทฯ ที่อยู่ด้านหน้าเวทีพร้อมที่จะชี้แจงและให้ข้อมูลในกรณีที่มีข้อ สอบถามที่เกี่ยวข้อง

ดร. สุรินทร์ ตันติเจริญเกียรติ เลขานุการบริษัท ได้รายงานว่ามีผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง และโดยการมอบฉันทะมาประชุมรวม 541 ราย จากจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด 6,449 ราย นับจำนวนหุ้นได้ 100,470,708 หุ้น จากจำนวนหุ้นจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว 226,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 44.46 ซึ่ง เกินกว่าหนึ่งในสามของจำนวนหุ้นของบริษัทฯ ครบเป็นองค์ประชุมตามข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อที่ 32 แล้ว

ต่อจากนั้นได้แนะนำคณะผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจากบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด คือ คุณณฐพร พันธุ์อุดม ผู้สอบบัญชี และคุณภริม มนูสุข และแนะนำ คุณทิพาภรณ์ อุนศิริ อาสาพิทักษ์สิทธิ์ ตัวแทนจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

นอกจากนี้ได้แนะนำคุณสุธาวรรณ ศักดิ์โกศล ตัวแทนจากกระทรวงการคลัง ให้เกียรติมาเป็นสักขีพยานในการนับคะแนนเสียงแต่ละวาระของบริษัทฯ ต่อจากนั้นได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมและวิธีการออกเสียงลงคะแนนแก่ผู้ถือหุ้นดังนี้

การนับคะแนนและการออกเสียง

“ตามข้อบังคับของบริษัท ข้อ 34 การออกเสียงลงคะแนนในวาระต่างๆ ผู้ถือหุ้น และผู้รับมอบฉันทะ มีคะแนนเสียงหนึ่งเสียงต่อหนึ่งหุ้น

ในการลงคะแนนเสียงแต่ละวาระซึ่งใช้วิธีชูมือนั้น ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงให้กรอกความประสงค์ที่ไม่เห็นด้วยหรืองดออกเสียงลงในบัตรยืนยันการลงคะแนนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อในบัตร และเจ้าหน้าที่บริษัทจะเก็บบัตรยืนยันการลงคะแนนเฉพาะไม่เห็นด้วยและงดออกเสียง โดยจะไม่เก็บบัตรสำหรับกรณีเห็นด้วย

การนับคะแนน บริษัทฯ จะใช้วิธีหักคะแนนเสียงไม่เห็นด้วยและงดออกเสียงจากจำนวนเสียงทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุม และส่วนที่เหลือจะถือว่าเป็นคะแนนเสียงที่เห็นด้วยในระเบียบวาระนั้นๆ ทั้งนี้ ในการพิจารณาคะแนนเสียงดังกล่าวจะคำนึงถึงการลงคะแนนเสียงที่ผู้ถือหุ้นได้มอบฉันทะแสดงเจตนาไว้ตามหนังสือมอบฉันทะด้วย และสำหรับการออกเสียงลงคะแนนในทุกวาระที่ต้องมีการขอมติจะใช้มติเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแน

รายละเอียดผลการนับคะแนนของแต่ละวาระจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบในวาระถัดไป”

ทั้งนี้ จำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะในแต่ละวาระอาจไม่เท่ากัน เนื่องจากอาจมีผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะบางท่านเข้ามาประชุมเพิ่มเติมหรือกลับก่อน

เมื่อผู้ถือหุ้นรับทราบและเห็นชอบวิธีการออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน และการประกาศผลคะแนนตามที่กล่าวข้างต้น ประธานฯ จึงได้ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระดังนี้

ประธานฯ ได้ขอให้เลขานุการบริษัทแจ้งรายงานสถานะการถือหุ้นของบริษัทฯ เลขานุการบริษัทได้รายงานว่า “ณ วันที่ 25 มีนาคม 2558 ซึ่งเป็นวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นสำหรับการประชุมในครั้งนี้ บริษัทฯ มีผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 6,837 ราย แบ่งออกเป็นผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย 6,813 ราย ถือหุ้นเป็นจำนวนรวม 185,343,390 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 82.01 และผู้ถือหุ้นสัญชาติต่างด้าว 24 ราย ถือหุ้นเป็นจำนวน 40,656,610 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 17.99”

ที่ประชุมรับทราบ

ประธานฯ ขอให้ที่ประชุมพิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2558

มติที่ประชุม ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติรับรองรายงานการประชุมดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงดังนี้

เห็นด้วย 105,561,803 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.9880
ไม่เห็นด้วย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง 12,600 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.0119
บัตรเสีย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -

ประธานฯ ได้รายงานว่า ตามข้อคับของบริษัทฯ ข้อ 35(1) กำหนดให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี “พิจารณารับทราบรายงานที่แสดงถึงกิจการของบริษัทฯในรอบปีที่ผ่านมา”

จากนั้น ประธานฯ ได้เชิญนายฟรานซิส แวนเบลเลน กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้นำเสนอในวาระนี้ ซึ่งนายฟรานซิสฯ ได้นำเสนอผลประกอบการของบริษัทฯ ในปี 2558 ดังนี้

วิสัยทัศน์ของบริษัทฯ

  • พีดีไอมุ่งสู่การดำเนินธุรกิจที่ปกป้องระบบนิเวศอย่างมีประสิทธิภาพโดยดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้มีความสมดุลขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเติบโตอย่างยั่งยืน เราสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดให้กับลูกค้า เคารพต่อพนักงานของเราและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนชุมชนท้องถิ่นที่เราเข้าไปดำเนินการ และให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหุ้นของเรา

ผลประกอบการปี 2558

  • จากงบการเงินรวม บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่เป็นบวกเท่ากับ 151 ล้านบาท ในขณะที่ราคาสังกะสีอยู่ในระดับต่ำมาก แต่ได้รับผลบวกมาจากการที่เงินบาทอ่อนค่าและค่าไฟฟ้าที่ลดลง
  • คณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้ยุติธุรกิจสังกะสีในกระบวนการผลิตแบบเดิมปลายปี 2560 ในการนี้ บริษัทฯ ได้มีการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน สำรองด้อยค่าทรัพย์สินและปรับปรุงรายการค่าเสื่อมราคาไว้ในปี 2558 แล้ว
  • ในที่ประชุมฯ กรรมการผู้จัดการได้มีการนำเสนอรายละเอียดเป็นสไลด์อธิบายเพิ่มเติมเปรียบเทียบตัวเลขสำคัญทางการเงิน อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการผลิตย้อนหลังห้าปีให้ผู้ถือหุ้นรับทราบ

การยุติธุรกิจสังกะสีในกระบวนการผลิตแบบเดิม

เหมืองแม่สอดได้ผลิตแร่และทำรายได้มาให้บริษัทฯ มากว่าสามสิบปีและแร่จากเหมืองแม่สอดจะหมดลงและจะหยุดดำเนินการภายในปี 2559 การยุติธุรกิจสังกะสีในกระบวนการผลิตแบบเดิมจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

โรงย่างแร่ของบริษัทฯ ที่จังหวัดระยองและโรงถลุงสังกะสีที่จังหวัดตากก็จำเป็นต้องหยุดการผลิตในกระบวนการผลิตแบบเดิมเช่นกัน อย่างไรก็ตามโรงถลุงที่จังหวัดตากยังจะมีการผลิตโลหะสังกะสีบางส่วนจาก สต๊อกแคโทดที่เหลือและผลิตภัณฑ์ PLP (Padaeng Leached Product) ในปี 2560

ในการนี้บริษัทฯ ได้มีการจัดการด้านบุคลากรเมื่อยุติการผลิตสังกะสีตามกระบวนการผลิตแบบเดิม โดยมีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 417 ล้านบาท และมีการปรับค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ในขณะเดียวกันได้เริ่มปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็นไปตามโครงสร้างธุรกิจใหม่ที่มีความยั่งยืน

ธุรกิจใหม่ขององค์กร

กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจใหม่ขององค์กรจะเน้นไปพัฒนาธุรกิจใหม่ที่มีความยั่งยืน โครงสร้างการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันจะเริ่มปรับเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจใหม่ดังนี้

พีดีไอ แมททีเรียล (ดำเนินธุรกิจโลหะที่เน้นวัสดุที่มีมูลค่าเพิ่มจากการรีไซเคิล) บริษัทฯ ได้มีการลงทุนใน บริษัท พีดีไอ-ซีอาร์ที จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนกับ Carbon Reduction Technology AS (CRT) โดยที่ บริษัท พีดีไอ-ซีอาร์ที จำกัด ได้รับสิทธิในการใช้เทคโนโลยีของ ScanArc Plasma Technologies AB ของประเทศสวีเดน ในการกำจัดขยะอุตสาหกรรมและจะได้โลหะเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการนี้ ซึ่งในการนี้บริษัทฯ ได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการจัดตั้งศูนย์จัดการกากอุตสาหกรรมระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรมกับบริษัทฯ แล้ว เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559 บริษัทฯ คาดว่าถ้าโครงการมีความเป็นไปได้ จะสามารถเริ่มดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2561

พีดีไอ เอ็นเนอร์ยี (ดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก) บริษัทฯ ได้มีการเซ็นสัญญาลงทุนเป็นเงิน 5,949 ล้านเยน (ประมาณ 1,910 ล้านบาท) เพื่อก่อสร้างโรงผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ 15 เมกะวัตต์ ในประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จในไตรมาสที่สองของปี 2559 นี้

พีดีไอ อีโค (ให้บริการด้านการจัดการของเสียอุตสาหกรรม) บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายที่จะให้โรงงานที่จังหวัดตากเป็นศูนย์กลางการกำจัดขยะอุตสาหกรรม โดยจะร่วมลงทุนกับบริษัทจัดการกากอุตสาหกรรมชั้นนำของต่างประเทศ ในการนี้ บริษัทฯ ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการจัดตั้งศูนย์จัดการกากอุตสาหกรรมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมไปแล้วเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559 เช่นกัน

สุดท้ายนี้นายฟรานซิส แวนเบลเลนได้แสดงแผนภูมิโครงสร้างรายได้ในอนาคตของบริษัทฯ ว่ารายได้หลักในปี 2560 ยังคงมาจากธุรกิจสังกะสี ส่วนรายได้ในปี 2561 เป็นต้นไปจะมาจากธุรกิจพลังงาน ธุรกิจให้บริการ ด้านการจัดการของเสียอุตสาหกรรมและธุรกิจโลหะที่เน้นวัสดุที่มีมูลค่าเพิ่มจากการรีไซเคิล

ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานและรายงานของคณะกรรมการบริษัท ในรอบปี 2558 การยุติธุรกิจสังกะสีในกระบวนการผลิตแบบเดิมและทิศทางธุรกิจใหม่ขององค์กร

จากนั้นประธานฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถาม ซึ่งประธานฯ และกรรมการผู้จัดการได้ตอบข้อซักถามและรับทราบความเห็นตลอดจนข้อเสนอแนะของผู้ถือหุ้น สรุปได้ดังนี้

  1. การลงทุนในธุรกิจใหม่มีความยากมากน้อยแค่ไหน
  2. การที่บริษัทฯ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เข้ามาจะทำให้บริษัทฯ ทำงานได้ยากมากน้อยเพียงใด และบริษัทฯ มีความมั่นใจแค่ไหน

นายสดาวุธฯ ตอบ ในฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหม่ CGH ขอชี้แจงว่า กรรมการผู้จัดการ ได้อธิบายแล้วว่า เหมืองของผาแดง แร่ก็จะหมด และภายในปีนี้ก็จะมีการปิดเหมือง ดังนั้นในฐานะผู้ถือหุ้นใหม่ ผมเห็นว่าบริษัทผาแดงฯ มีโอกาสขยายตัวในอนาคตเมื่อสังกะสีหมดไป แต่บริษัทผาแดงฯ ยังมีสินทรัพย์ที่จะลงทุนในธุรกิจอื่นๆ เราคิดว่าบริษัทผาแดงฯ ยังมีศักยภาพอีกมาก การปรับโครงสร้างเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจของบริษัทผาแดงฯเป็นด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมมีอนาคตสูง

ประธานกรรมการตอบ บริษัทผาแดงฯ จะร่วมลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับการกำจัดกากอุตสาหกรรมที่จังหวัดตากและจะมีการลงนามร่วมกันในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ จะใช้เวลาประมาณ 2 ปี ดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม ที่จังหวัดระยอง จะเซ็นสัญญากับบริษัทที่มีชื่อเสียงในยุโรป ดำเนินกิจการด้านรีไซเคิล และบริษัทฯ ได้มีการเซ็นสัญญาลงทุนในประเทศญี่ปุ่นในการทำโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

อาสาพิทักษ์สิทธิ์ถาม

  1. วิสัยทัศน์ของผู้บริหารในการดำเนินธุรกิจใหม่ มีความชำนาญ และเชี่ยวชาญเพียงใด
  2. การเปลี่ยนแปลงธุรกิจหลักของบริษัทฯ จะส่งผลกระทบกับผู้ถือหุ้นมากน้อยเพียงใด
  3. การทำโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น บริษัทฯ มีแนวทางป้องกันความเสียหายจากแผ่นดินไหวอย่างไร
  4. การเข้าร่วมโครงการต่อต้านการทุจริตที่บริษัทฯ คาดว่าจะได้ใบรับรองภายในปีนี้นั้น จะเป็นไปตามแผนหรือไม่ ตามรายงานประจำปี บริษัทฯ ได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์แล้ว

กรรมการผู้จัดการตอบ บริษัทฯ มีบุคคลากรที่มีประสบการณ์และความชำนาญทางด้านเทคนิคและเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำประสบการณ์และความชำนาญมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจใหม่ได้แน่นอนโดยเฉพาะในด้านการกำจัดของเสียอุตสาหกรรม

ธุรกิจใหม่นี้จะส่งผลดีให้กับผู้ถือหุ้นเพราะรายได้จากธุรกิจใหม่จะมั่นคงไม่ผันแปรตามราคาโลหะสังกะสีเหมือนธุรกิจปัจจุบัน ซึ่งผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับราคาตลาดสังกะสีโลกอย่างมาก

ประเทศญี่ปุ่น การก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันแผ่นดินไหว จึงไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องแนวทางป้องกัน

เลขานุการบริษัทตอบ บริษัทฯ มีแผนในการเข้าสู่กระบวนการรับรองจากคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตในภาคเอกชนไทย (CAC) ดังนี้

  • ประกาศเจตนารมณ์และเข้าร่วม CAC เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2558 (ลำดับที่ 521)
  • ไตรมาสที่ 1/2559: ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตภายในองค์กร
  • ไตรมาสที่ 2 และ 3/2559: เปิดเผยนโยบายต่อต้านการทุจริตบน Intranet และ Website ของบริษัทฯ สื่อสารนโยบายไปยังบุคคลภายนอกและคู่ค้า และจัดเตรียมแผนการฝึกอบรมภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง
  • ไตรมาสที่ 4/2559: เสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อ ลงนามรับรองภายในเดือนพฤศจิกายน 2559
  • ดำเนินการจัดส่งเอกสารลงนามรับรอง และเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยัง CAC ภายในเดือนธันวาคม 2559

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการตาม Self-Evaluation Tool ของ CAC ไปแล้ว จำนวน 63 ข้อ จากทั้งหมด 71 ข้อ อีก 8 ข้อจะดำเนินการตามแผนที่กล่าวมาข้างต้น และคาดว่าจะได้รับการรับรองจาก CAC ประมาณต้นปี 2560

  1. บริษัท พีดีไอสุราษฎร์ จำกัด ทำไมยกเลิกโครงการไป และมีการสำรองด้อยค่าไปแล้วใช่หรือไม่ และจะเป็นอย่างนี้กับโครงการอื่นหรือไม่

กรรมการผู้จัดการตอบ ตอนนี้บริษัท พีดีไอสุราษฎร์ จำกัด มีปัญหาทั้งทางด้านมวลชนและปัญหาทางด้านวัตถุดิบ ดังนั้นจึงมีการชะลอโครงการไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำตอบที่แน่ชัด และบริษัทฯ ได้มีการตั้งสำรองการด้อยค่าไว้แล้ว สำหรับโครงการอื่นก็ต้องพิจารณาเป็นรายโครงการไป

  1. การลงทุนผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น ใช้เงินลงทุนสูงถึง 126 ล้านบาทต่อ เมกะวัตต์ ทำไมสูงกว่าบริษัทอื่นๆ ที่ใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาทต่อหนึ่งเมกะวัตต์

กรรมการผู้จัดการตอบ การลงทุนโรงผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นสูงกว่าการลงทุนในประเทศไทยแต่อยู่ในระดับเดียวกันของบริษัทอื่นในประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ราคาเงินลงทุนจะขึ้นกับระดับความความเสี่ยงของโครงการด้วย

เลขานุการบริษัทรายงานว่า ตามข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 35(2) กำหนดให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี “พิจารณาและอนุมัติงบดุลและงบกำไรขาดทุน ณ วันสิ้นสุดรอบบัญชีของบริษัทฯ” และ พ.ร.บ. บริษัท มหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 112 บัญญัติว่า “คณะกรรมการต้องจัดให้มีการทำงบดุล และบัญชีกำไรขาดทุน ณ วันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัทฯ เสนอต่อที่ประชุมสามัญประจำปี เพื่อพิจารณาอนุมัติ” สรุปสาระสำคัญดังนี้

รายการ ปี 2558 ปี 2557
สินทรัพย์รวม (ล้านบาท) 5,104.74 5,550.08
หนี้สินรวม (ล้านบาท) 1,523.80 2,224.87
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (ล้านบาท) 3,580.95 3,325.21
รายได้จากการขายและบริการรวม (ล้านบาท) 4,868.14 5,593.07
การแบ่งปันกำไร (ขาดทุน)สุทธิสำหรับปี
- ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (ล้านบาท)
150.76 461.13
(ขาดทุน) กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท/หุ้น) 0.67 2.04

จากงบการเงินรวม

ประธานฯ จึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ซักถาม เมื่อไม่มี ประธานฯ ได้ขอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติงบแสดงฐานะการเงินและงบกำไรขาดทุนสำหรับวันสิ้นสุดรอบปีบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558

มติที่ประชุม ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติอนุมัติงบแสดงฐานะการเงินและงบกำไรขาดทุนสำหรับ วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ด้วยคะแนนเสียงดังนี้

เห็นด้วย 106,426,773 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.8628
ไม่เห็นด้วย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง 146,200 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.1371
บัตรเสีย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -

เลขานุการบริษัทรายงานว่าจากการประเมินศักยภาพของการดำเนินธุรกิจสังกะสีอย่างต่อเนื่องหลังจากที่เหมืองแม่สอดยุติลงในปี 2559 ธุรกิจสังกะสีของพีดีไอ ต้องพึ่งพาแร่นำเข้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจากอเมริกาใต้ และออสเตรเลีย จะมีค่าขนส่งและต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมาก มีผลให้ต้นทุนการผลิตรวมสูงกว่ารายได้ และ อาจส่งผลให้บริษัทฯ ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จากการพิจารณาเพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว ในเดือน กุมภาพันธ์ 2559 คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติให้ยุติธุรกิจสังกะสีในกระบวนการผลิตแบบเดิมปลายปี 2560

บริษัทฯ มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ไปลงทุนอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ได้แก่ พีดีไอ แมททีเรียล พีดีไอ อีโค และพีดีไอ เอ็นเนอร์ยี ซึ่งจะดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โลหะที่มีมูลค่าเพิ่ม การจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม และการผลิตพลังงานทดแทน

ข้อบังคับของบริษัท ข้อ 34(2) กำหนดให้ “การเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทให้ถือคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน”

จากนั้นประธานฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถาม ซึ่งประธานฯ และกรรมการผู้จัดการได้ตอบข้อซักถามและรับทราบความเห็นตลอดจนข้อเสนอแนะของผู้ถือหุ้น สรุปได้ดังนี้

1. รายได้ของบริษัทฯในปีนี้ จะลดลงหรือไม่ และจะมีรายได้ประมาณเท่าไร รายได้หลักของบริษัทฯ มาจากอะไร รายได้ลดลงเป็นสัดส่วนเท่าไร

กรรมการผู้จัดการตอบ รายได้หลักของปีนี้จะมาจากธุรกิจสังกะสีซึ่งจะไม่ต่างกับปีที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนจะขึ้นกับระดับราคาโลหะสังกะสี สำหรับปีหน้ารายได้ส่วนหนึ่งจะมาจากธุรกิจสังกะสีและจะเริ่มมีรายได้จากธุรกิจผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์

ประธานกรรมการตอบ ขณะนี้บริษัทฯ มีสต๊อกโลหะสังกะสีอยู่จำนวน 15,000 ตัน ถ้าขายก็จะได้เงินเป็นจำนวนพันล้านบาท แต่ตอนนี้ราคาไม่ค่อยดี ผู้ถือหุ้นไม่ต้องเป็นห่วง บริษัทฯ มีเงินเพียงพอที่จะขยายธุรกิจ ขณะเดียวกันบริษัทฯ ก็หาธุรกิจอื่นๆ ด้วย เช่นที่จังหวัดตาก บริษัทฯ ได้ร่วมลงทุนกับบริษัทในยุโรปดำเนินธุรกิจด้าน รีไซเคิล ภายภาคหน้าธุรกิจของบริษัทฯ ก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ

ต่อจากนั้น ประธานฯ ได้ขอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ ไปลงทุนอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

มติที่ประชุม ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติอนุมัติปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ ไปลงทุนอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยมีมติรับรองด้วยคะแนนเสียงดังนี้

เห็นด้วย 106,581,920 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.9861
ไม่เห็นด้วย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง 14,801 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.0138
บัตรเสีย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -

เลขานุการบริษัทรายงานว่า ตามข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 35(3) กำหนดให้การจ่ายเงินปันผลต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น มาตรา 116 แห่ง พ.ร.บ บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 กำหนดให้บริษัทฯ ต้องจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของกำไรสุทธิประจำปี หักด้วยยอดเงินขาดทุนสะสมยกมา (ถ้ามี) จนกว่าทุนสำรองนี้จะมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของทุนจดทะเบียน เว้นแต่บริษัทฯ จะมี ข้อบังคับหรือกฎหมายอื่นให้ต้องมีทุนสำรองมากกว่านั้น โดยข้อบังคับของบริษัทฯข้อที่ 41 กำหนดว่า การจ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอื่นนอกจากเงินกำไรจะกระทำมิได้ ในกรณีที่บริษัทยังมียอดขาดทุนสะสมอยู่ ห้ามมิให้จ่าย ทั้งนี้ บริษัทฯได้จัดสรรทุนสำรองไว้ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดแล้ว

ในกรณีปกติ บริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลในอัตราร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล เว้นแต่บริษัทฯ จะมีความจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อการขยายงานในอนาคต

จากงบการเงินเฉพาะบริษัทฯ บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2558 รวม 64.18 ล้านบาท ซึ่งลดลง อย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2557 ที่มีผลกำไรสุทธิ 463.88 ล้านบาท เมื่อเป็นเช่นนี้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาแล้วเห็นสมควรจ่ายเงินปันผลประจำปี 2558 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท โดยจ่ายจากกำไรสะสมของบริษัทฯ ให้แก่ ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 226 ล้านหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 45.20 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมา และไม่เป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลในกรณีปกติ เนื่องจากบริษัทฯ จ่ายจากกำไรสะสม

เงินปันผลจำนวน 0.20 บาทซึ่งจ่ายจากกำไรสะสมของบริษัทฯ ที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ ผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลธรรมดาสามารถขอเครดิตภาษีคืนได้ตามหลักเกณฑ์ที่ประมวลรัษฎากรมาตรา 47 ทวิกำหนด

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการรับเงินปันผลในวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม 2559 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของพ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นใน วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2559 โดยขอรับเงินปันผลภายในกำหนด 10 ปี และกำหนดจ่ายเงินปันผลใน วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2559

ประธานฯ จึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ซักถาม เมื่อไม่มีประธานฯ ได้ขอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2558

มติที่ประชุม ลงมติเห็นชอบให้จ่ายเงินปันผลประจำปี 2558 ตามที่เสนอ โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มี มติรับรองด้วยคะแนนเสียงดังนี้

เห็นด้วย 105,526,121 เสียง คิดเป็นร้อยละ 98.9956
ไม่เห็นด้วย 1,058,000 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.9925
งดออกเสียง 12,600 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.0118
บัตรเสีย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -

เลขานุการบริษัทรายงานว่า เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 22 และข้อ 35(4) จากจำนวนกรรมการทั้งสิ้น 10 คน มีกรรมการที่ต้องออกจากตำแหน่งตามวาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งนี้ รวม 4 คน คือ นายอาสา สารสิน นายอัศวิน คงสิริ นางสาววิมล ชาตะมีนา และนายฟรานซิส แวนเบลเลน

ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2558 บริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอวาระและเสนอรายชื่อบุคคลเป็นกรรมการและยังได้มีการเสนอรายชื่อบุคคลอื่นต่อที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนให้พิจารณาด้วย คณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาคุณสมบัติของรายชื่อบุคคลทั้งหมดและมีมติให้เสนอกรรมการทั้ง 4 คน ที่ต้องออกจากตำแหน่งตามวาระกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการต่อไปอีกวาระหนึ่ง

เนื่องจากประธานฯ เป็นผู้ที่ต้องออกจากตำแหน่งตามวาระในการประชุมครั้งนี้ ดังนั้นประธานฯ จึงมอบหมายให้นายวินัย วามวาณิชย์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่เป็นประธานฯ การประชุม ในวาระนี้

ประธานกรรมการตรวจสอบได้รายงานว่าคณะกรรมการบริษัท ในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 01-2559 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 ได้พิจารณาคุณสมบัติของกรรมการแต่ละท่าน และพิจารณาตามความเห็นของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนแล้ว เห็นว่ากรรมการทั้ง 4 คน มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ สามารถที่จะช่วยพัฒนาบริษัทฯ ได้ ดังนั้น บริษัทฯ ขอเสนอให้เลือกกรรมการทั้ง 4 คน คือ นายอาสา สารสิน นายอัศวิน คงสิริ นางสาววิมล ชาตะมีนา และนายฟรานซิส แวนเบลเลน กลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการต่อไปอีกวาระหนึ่ง

เลขานุการบริษัทได้รายงานต่อไปว่าในโอกาสนี้คณะกรรมการบริษัทขอแจ้งให้ที่ประชุมฯ ทราบว่าตามที่บริษัทฯ ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่มุ่งลงทุนอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนได้แก่ พีดีไอ แมททีเรียล พีดีไอ อีโค และพีดีไอ เอ็นเนอร์ยี ซึ่งจะดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โลหะที่มีมูลค่าเพิ่ม การจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม และการผลิตพลังงานทดแทนหลังจากยุติธุรกิจสังกะสีในกระบวนการผลิตแบบเดิม ดังนั้นจึงเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ มากถ้ามีกรรมการที่มีประสบการณ์ด้านดังกล่าว

คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาตามความเห็นของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน ขอเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาแต่งตั้ง นายคุรุจิต นาครทรรพ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน และขณะนี้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถที่จะช่วยพัฒนาบริษัทฯ ได้ เป็นกรรมการอิสระของบริษัทฯ เพิ่ม ตามที่คณะกรรมการเสนอ ดังนั้นจำนวนกรรมการของบริษัทฯ จึงมีจำนวน 11 คน

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทขอแจ้งให้ที่ประชุมฯทราบว่า ในปี 2558-2559 คณะกรรมการบริษัท เห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนได้มีมติแต่งตั้งกรรมการใหม่ ของบริษัทฯ แทนกรรมการที่ลาออก ตามวาระที่เหลืออยู่ ตามข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 25 ดังนี้

  • นายทอมมี่ เตชะอุบล ตำแหน่ง กรรมการ
  • นางสาวประภา ปูรณโชติ ตำแหน่ง กรรมการ
  • นายสดาวุธ เตชะอุบล ตำแหน่ง กรรมการ
  • นางสาววิมล ชาตะมีนา ตำแหน่ง กรรมการ

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้แนบประวัติของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ ข้อมูลการถือหุ้นสามัญในบริษัทฯ ข้อมูลการดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียนและบริษัท/กิจการอื่นๆ รวมทั้งข้อมูลความสัมพันธ์ของผู้ได้รับการเสนอชื่อ

ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ได้ขอเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งกรรมการทั้ง 4 คน กลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการต่อไปอีกวาระหนึ่ง และแต่งตั้งนายคุรุจิต นาครทรรพ เป็นกรรมการใหม่ของบริษัทฯ ดังนั้น จำนวนกรรมการของบริษัทฯ จึงมีจำนวน 11 คน ตามที่คณะกรรมการเสนอ โดยเลขานุการบริษัทขอให้ที่ประชุมฯ ลงคะแนนแต่งตั้งกรรมการเป็นรายบุคคลทีเดียวพร้อมกันทั้ง 5 คน

มติที่ประชุม ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติอนุมัติแต่งตั้งกรรมการทั้ง 4 คน กลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการต่อไปอีกวาระหนึ่ง และแต่งตั้งนายคุรุจิต นาครทรรพ เป็นกรรมการใหม่ของบริษัทฯ ดังนั้น กรรมการของบริษัทฯ จึงมีจำนวน 11 คน โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติรับรองด้วยคะแนนเสียง ดังนี้

การแต่งตั้งกรรมการรายบุคคล

นายอาสา สารสิน ประธานกรรมการ

เห็นด้วย 106,071,521 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.5073
ไม่เห็นด้วย 512,600 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.4808
งดออกเสียง 12,600 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.0118
บัตรเสีย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -

นายอัศวิน คงสิริ กรรมการอิสระ

เห็นด้วย 104,511,821 เสียง คิดเป็นร้อยละ 98.0441
ไม่เห็นด้วย 2,072,300 เสียง คิดเป็นร้อยละ 1.9440
งดออกเสียง 12,600 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.0118
บัตรเสีย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -

นางสาววิมล ชาตะมีนา กรรมการ

เห็นด้วย 106,071,521 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.5073
ไม่เห็นด้วย 512,600 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.4808
งดออกเสียง 12,600 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.0118
บัตรเสีย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -

นายฟรานซิส แวนเบลเลน กรรมการผู้จัดการ

เห็นด้วย 106,260,021 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.6841
ไม่เห็นด้วย 317,900 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.2982
งดออกเสียง 18,800 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.0176
บัตรเสีย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -

นายคุรุจิต นาครทรรพ กรรมการอิสระ

เห็นด้วย 106,577,921 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.9823
ไม่เห็นด้วย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง 18,800 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.0176
บัตรเสีย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -

เลขานุการบริษัทรายงานว่า ข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 27 กำหนดให้ “กรรมการบริษัทมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทในรูปของเงินรางวัล เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส หรือผลประโยชน์ตอบแทนในลักษณะอื่นตามมติที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะพิจารณา ซึ่งอาจกำหนดเป็นจำนวนแน่นอน หรือวางเป็นหลักเกณฑ์และจะกำหนดไว้เป็นคราวๆ ไป หรือให้มีผลตลอดไปจนกว่าจะเปลี่ยนแปลงก็ได้” และ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 90 บัญญัติว่า “ห้ามมิให้บริษัทจ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดให้แก่กรรมการเว้นแต่จ่ายเป็นค่า ตอบแทนตามข้อบังคับของบริษัท ในกรณีที่ข้อบังคับของบริษัทมิได้กำหนดไว้การจ่ายค่าตอบแทนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม”

คณะกรรมการบริษัทขอเสนอให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท และกรรมการชุดต่างๆ ประจำปี 2559 ซึ่งเท่ากับค่าตอบแทนที่เคยได้รับอนุมัติในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ยกเว้นคณะกรรมการบริหาร ซึ่งบริษัทฯ ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 และงดจ่ายเงินบำเหน็จกรรมการประจำปี 2558 โดยใช้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวน เสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ค่าตอบแทนกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดต่างๆ

1.1 ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท

ค่าตอบแทน กรรมการที่เป็นผู้บริหาร กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
1. ค่าตอบแทนกรรมการรายปี - 200,000 บาท/ปี/คน
2. ค่าเบี้ยประชุม - ประธาน : 20,000 บาท/ครั้ง
กรรมการ : 15,000 บาท/ครั้ง
3. โบนัสกรรมการ - ร้อยละ 1 ของเงินปันผลที่จ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเฉพาะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

1.2 ค่าตอบแทนคณะกรรมการชุดต่างๆ

คณะกรรมการชุดต่างๆ * ค่าเบี้ยประชุม ค่าตอบแทนรายปี
1. คณะกรรมการตรวจสอบ - 200,000 บาท/ปี/คน
2. คณะกรรมการวางแผนการดำเนินงาน 20,000 บาท/ครั้ง -
3. คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน 20,000 บาท/ครั้ง -

หมายเหตุ : * เฉพาะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

2.บำเหน็จกรรมการ

ในกรณีปกติ บริษัทฯ จะจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่กรรมการไม่เกินร้อยละ 1 ของเงินปันผลที่มีการจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้น เฉพาะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

แต่เนื่องจากบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิรวม 64.18 ล้านบาท ดังนั้นคณะกรรมการสรรหาและพิจารณา-ผลตอบแทน จึงได้เสนอให้งดจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่กรรมการประจำปี 2558

ปี 2558 ปี 2557
เงินบำเหน็จกรรมการรวม (บาท) งดจ่าย 904,000

3. ค่าตอบแทนอื่นๆ - ไม่มี

จากนั้นประธานฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถาม ซึ่งเลขานุการบริษัทได้ตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้น สรุปได้ดังนี้

  • กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งเพิ่มเข้ามา (ดร. คุรุจิต นาครทรรพ) จะได้รับค่าตอบแทนรายปี และ เบี้ยประชุมเท่านั้นใช่ไหม

เลขานุการบริษัทตอบ ใช่ครับ กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารจะได้รับค่าตอบแทนรายปี และ ค่าเบี้ยประชุมเท่านั้น

จากนั้นประธานฯ ขอเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดต่างๆ และพิจารณางดจ่ายเงินบำเหน็จกรรมการประจำปี 2558

มติที่ประชุม ลงมติอนุมัติค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดต่างๆ และพิจารณางดจ่ายเงินบำเหน็จกรรมการประจำปี 2558 ตามที่เสนอ โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติรับรองด้วยคะแนนเสียงดังนี้

เห็นด้วย 106,584,121 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.9881
ไม่เห็นด้วย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง 12,600 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.0118
บัตรเสีย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -

เลขานุการบริษัทรายงานว่า ข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 35(5) กำหนดให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี “อนุมัติแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทนสำหรับผู้สอบบัญชี” และ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 120 บัญญัติว่า “ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดจำนวนเงิน ค่าสอบบัญชีของบริษัททุกปี ในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีจะแต่งตั้งผู้สอบบัญชีคนเดิมอีกก็ได้”

คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาคัดเลือกบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด เป็นสำนักงานสอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ ตั้งแต่ปี 2544 ถึงปี 2558 รวมเป็นเวลา 15 ปี เนื่องจากมีมาตรฐานการทำงานที่ดี มีความเชี่ยวชาญในการสอบบัญชี มีค่าสอบบัญชีที่เหมาะสม รวมทั้งได้ปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดีตลอดมา

ในปี 2559 คณะกรรมการตรวจสอบขอเสนอนางณฐพร พันธ์อุดม ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 3430 ผู้สอบบัญชีซึ่งเป็นผู้ลงลายมือชื่อในงบการเงินของบริษัทฯ มา 1 ปี (ปี 2558) หรือ นายไพบูล ตันกูล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 4298 (ยังไม่เคยเป็นผู้ลงลายมือชื่อในงบการเงินของบริษัทฯ) หรือนายพิสิฐ ทางธนกุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 4095 (ยังไม่เคยเป็นผู้ลงลายมือชื่อในงบการเงินของบริษัทฯ) ในนามบริษัท ไพร้ซ- วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัทฯ ในปี 2559 ถึงปี 2561 ซึ่งจะได้ ขอยืนยันเป็นรายปีจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยให้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ทำการตรวจสอบและแสดงความเห็นต่อ งบการเงินของบริษัทฯ และในกรณีที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตดังกล่าวข้างต้นไม่สามารถปฏิบัติงานได้ให้บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด จัดหาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอื่นของบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์- คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด แทนได้ โดยมีอัตราค่าสอบบัญชีน้อยกว่าค่าสอบบัญชีในปีที่ผ่านมา (ค่าใช้จ่ายตามจริง) และมีรายละเอียดดังนี้

หน่วย : บาท

ปี 2561 ปี 2560 ปี 2559 ปี 2558 * ปี 2557 *
ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี
- บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)
3,032,000 2,966,000 2,900,000 2,900,000 2,900,000
- บริษัทในเครือ 460,000 458,000 456,000 591,000 446,000
ค่าบริการอื่นๆ
การตรวจสอบงบการเงินที่จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีอื่น
ไม่มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ค่าวิชาชีพทางบัญชี (Professional work) ไม่มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ค่าที่ปรึกษา ไม่มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี
รวม 3,492,000 3,424,000 3,356,000 3,491,000 3,346,000

* ค่าใช้จ่ายตามจริง

ทั้งนี้ บริษัทไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด และผู้สอบบัญชีตามรายชื่อที่เสนอข้างต้น ไม่มีความสัมพันธ์และ/หรือส่วนได้เสียกับบริษัทฯ/ผู้บริหาร/ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว

จากนั้นประธานฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถาม ซึ่งประธานฯ และกรรมการผู้จัดการได้ตอบข้อซักถามและรับทราบความเห็นตลอดจนข้อเสนอแนะของผู้ถือหุ้น สรุปได้ดังนี้

1. ตัวแทนกระทรวงการคลังได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับค่าสอบบัญชีปี 2558 ซึ่งได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นจำนวน 3,346,000 บาท แต่ค่าใช้จ่ายตามจริงเป็นจำนวน 3,491,000 บาท ซึ่งมากกว่าที่ได้รับอนุมัติ ดังนั้นจึงขอให้บริษัทฯ ดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย

ประธานคณะกรรมการตรวจสอบได้ชี้แจ้งว่า ค่าสอบบัญชีของปี 2558 ตามที่จ่ายจริงมากกว่าที่ได้รับอนุมัติเนื่องจากบริษัทฯ มีการปรับโครงสร้างธุรกิจ และได้จัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นมาในระหว่างปี คือ บริษัท พีดีไอ สุราษฎร์ จำกัด ค่าสอบบัญชีเท่ากับ 100,000 บาทและบริษัท พีดีไอ-ซีอาร์ที จำกัด ค่าสอบบัญชีเท่ากับ 45,000 บาท ดังนั้นค่าสอบบัญชีของบริษัทฯ จึงเพิ่มขึ้น 145,000 บาท

เลขานุการบริษัทจะขอไปปรึกษาที่ปรึกษาด้านกฎหมายเพื่อจะได้ดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป

จากนั้นประธานฯ ขอเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ ประจำปี 2559 ถึงปี 2561 ซึ่งจะได้ขอยืนยันเป็นรายปีจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และอนุมัติค่าสอบบัญชีประจำปี 2559 ตามที่เสนอข้างต้น

มติที่ประชุม ลงมติอนุมัติการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ ประจำปี 2559 ถึงปี 2561 ซึ่งจะได้ขอยืนยันเป็นรายปีจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และอนุมัติค่าสอบบัญชีประจำปี 2559 จำนวน 3,356,000 บาทตามที่เสนอ โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติรับรองด้วยคะแนนเสียงดังนี้

เห็นด้วย 106,577,921 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.9823
ไม่เห็นด้วย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง 18,800 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.0176
บัตรเสีย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -

เลขานุการบริษัทรายงานว่า บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเพื่อดำเนินงานแทนคณะกรรมการวางแผนการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป ดังนั้นฝ่ายจัดการขอเสนอคณะกรรมการบริษัทให้มีการแก้ไขข้อบังคับของ บริษัทฯ หมวดที่ 4 คณะกรรมการ ข้อ 16 และยกเลิกข้อ 17 ดังนี้

หมวดที่ 4 คณะกรรมการ

ข้อ 16. คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้

  • จัดการบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ วัตถุประสงค์ของบริษัท และมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  • กำหนดเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้น
  • กำหนดจ่ายเงินบำเหน็จรางวัลแก่พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท หรือของบุคคลใด ๆ ที่กระทำกิจการให้กับบริษัท โดยจะเป็นผู้ทำการประจำหรือไม่ประจำก็ได้ ยกเว้น บำเหน็จ บำนาญ หรือสิ่งตอบแทนอื่นใดของกรรมการ
  • พิจารณารายงานการวางแผนการดำเนินงานและการประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทเสนอโดยคณะกรรมการวางแผนการดำเนินงาน

ในการปฏิบัติงานตามอำนาจและหน้าที่ คณะกรรมการบริษัทอาจมอบหมายให้กรรมการผู้จัดการ หรือกรรมการคนใดคนหนึ่งหรือหลายคน หรือบุคคลอื่นไปปฏิบัติหน้าที่อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้แทนคณะกรรมการบริษัทก็ได้

ข้อ 17. ให้มีคณะกรรมการวางแผนการดำเนินงาน (Strategic Committee) คณะหนึ่งซึ่งแต่งตั้งขึ้นโดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการ คณะกรรมการวางแผนการดำเนินงานประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อยสาม (3) คน ดังนี้ คือ กรรมการผู้จัดการ ซึ่งเป็นคณะกรรมการวางแผนการดำเนินงานโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่น ซึ่งแต่งตั้งโดยที่ประชุมคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการวางแผนการดำเนินงานจัดเตรียม

และนำเสนอรายงานการวางแผนการดำเนินงานและการประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทและให้คำแนะนำต่อคณะกรรมการบริษัทในเรื่องดังกล่าว การใด ๆ ที่เกี่ยวกับแผนการดำเนินงานของบริษัทจะต้องนำเสนอผ่านคณะกรรมการวางแผนการดำเนินงานเพื่อนำเสนอ และ/หรือให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการวางแผนการดำเนินงานทำหน้าที่เสมือนหนึ่งเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการโดยไม่มีอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัย

พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 31 บัญญัติว่า “. . .บริษัทจะแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัทได้เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง”

ประธานฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ซักถาม เมื่อไม่มี ประธานฯ ขอเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับของบริษัทฯ หมวดที่ 4 คณะกรรมการ ข้อ 16 และยกเลิกข้อ 17 ตามที่คณะกรรมการเสนอข้างต้น

มติที่ประชุม ลงมติอนุมัติแก้ไขข้อบังคับของบริษัทฯ หมวดที่ 4 คณะกรรมการ ข้อ 16 และยกเลิกข้อ 17 ตามที่เสนอโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติรับรองด้วยคะแนนเสียงดังนี้

เห็นด้วย 106,575,720 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.9802
ไม่เห็นด้วย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง 21,001 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.0197
บัตรเสีย 0 เสียง คิดเป็นร้อยละ -

ประธานฯ ได้รายงานว่า โดยที่คณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีวาระการประชุมนี้เพื่อให้ผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดได้มีโอกาสเสนอเรื่องอื่นนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในหนังสือนัดประชุมฯ จะมีผู้ถือหุ้นท่านใดจะเสนอเรื่องอื่นใดให้ที่ประชุมฯ พิจารณาหรือไม่

เลขานุการบริษัทได้แจ้งให้ที่ประชุมฯ ทราบว่าหลังจากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ในครั้งนี้เสร็จสิ้นลงแล้ว บริษัทฯ จะเผยแพร่รายงานการประชุมภาษาไทยและภาษาอังกฤษบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ภายใน 14 วัน และ 30 วันตามลำดับ หากผู้ถือหุ้นมีข้อสงสัยหรือมีความเห็น สามารถแจ้งเลขานุการบริษัทภายใน 1 เดือน นับจากวันประชุมฯ และในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัทฯ ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป จะไม่มีวาระพิจารณารับรองรายงานการประชุมฯ ซึ่งก็เป็นไปตามที่หลายๆ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ดำเนินการ อีกทั้งกฎหมายก็ไม่ได้กำหนดให้ต้องมีวาระรับรองรายงานการประชุมฯ

เลขานุการบริษัทได้ขอให้ผู้ถือหุ้นคืนบัตรยืนยันการลงคะแนนที่บริเวณทางออก เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงต่อไป

และเมื่อไม่มีคำถาม ประธานฯ ได้ขอปิดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ซักถาม ซึ่งประธานฯ และกรรมการผู้จัดการได้ตอบข้อซักถามและรับทราบความเห็นตลอดจนข้อเสนอแนะของผู้ถือหุ้น สรุปได้ดังนี้

1. ในปี 2559 จุดคุ้มทุนของต้นทุนโลหะสังกะสีของบริษัทฯ อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่

กรรมการผู้จัดการตอบ ขึ้นกับปัจจัยหลายๆประการ ราคาโลหะสังกะสีโลก อัตราแลกเปลี่ยน ค่าพรีเมี่ยมที่ได้รับ ปริมาณแร่แม่สอดที่ใช้ โดยประมาณจุดคุ้มทุนอยู่ที่ LME 2,000 เหรียญสหรัฐต่อตันโลหะ ณ อัตราแแลก-เปลี่ยนและราคาโลหะสังกะสีที่เป็นอยู่ คาดว่าปี 2559 บริษัทฯ คงอยู่ในสภาวะคุ้มทุนหรือกำไรเล็กน้อย ขอให้ ผู้ถือหุ้นรอดูผลประกอบการในไตรมาสที่หนึ่งซึ่งจะประกาศหลังงบการเงินผ่านการสอบทานแล้ว

2. ที่จังหวัดตากมีโครงการทำโรงผลิตไฟฟ้าจากขยะ ไม่ทราบว่าบริษัทฯ สนใจเข้าร่วมลงทุนหรือไม่

กรรมการผู้จัดการตอบ บริษัทฯ สนใจร่วมลงทุนและศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอยู่ ปัจจัยหลักอยู่ที่ปริมาณขยะที่มีจะเพียงพอหรือไม่และค่ากำจัดขยะที่ได้จะคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่

3. โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ทำในเมืองไทยมีความไม่แน่นอนเรื่อง PPA ถ้าไม่ได้ PPA ในตอนนี้บริษัทฯ จะมีแผนสำรองอย่างไร

กรรมการผู้จัดการตอบ ตอนนี้โครงการของรัฐบาลยังไม่ชัดเจน บริษัทฯ จึงได้ไปลงทุนที่ประเทศญี่ปุ่นและตอนนี้บริษัทฯ จะร่วมลงทุนกับต่างชาติที่จังหวัดตากและที่จังหวัดระยอง เกี่ยวกับเรื่องกำจัดและรีไซเคิลกาก อุตสาหกรรม

4. โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากลมเป็นอย่างไรบ้าง

กรรมการผู้จัดการตอบ โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากลมนั้น บริษัทฯ มีข้อมูลพร้อมแต่ยังมีความ ไม่แน่นอนเรื่อง PPA ดังนั้นโครงการจึงไม่อยู่ในสภาวะที่จะดำเนินการต่อได้ในขณะนี้

5. โรงงานชีวมวลบางโรงงานมีปัญหาขาดสภาพคล่อง บริษัทฯ คิดที่จะไป take over บ้างไหม และฝากให้บริษัทฯ ดำเนินการอย่างระมัดระวัง

กรรมการผู้จัดการตอบ บริษัทฯ ได้มีการศึกษาประมาณสิบโครงการ แต่ยังไม่มีการตัดสินใจไป take over ในบริษัทใด นอกจากการปัญหาการขาดสภาพคล่องแล้ว ปัญหาหลักคือการหาวัตถุดิบที่มีไม่เพียงพอ

6. โครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ ในอนาคตจะเป็นอย่างไร และมาจากส่วนไหน

กรรมการผู้จัดการตอบ โครงสร้างรายได้ในอนาคตของบริษัทฯ เป็นดังที่อธิบายไปแล้วในวาระที่ 3 ดังนี้ รายได้หลักในปี 2560 ยังคงมาจากธุรกิจสังกะสี ส่วนรายได้ในปี 2561 เป็นต้นไปจะมาจากธุรกิจพลังงาน ธุรกิจให้บริการด้านการจัดการของเสียอุตสาหกรรมและธุรกิจโลหะที่เน้นวัสดุที่มีมูลค่าเพิ่มจากการรีไซเคิล

7. ปีที่แล้วกระทรวงการคลังจะลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทที่ไม่ได้เป็น Strategy ของประเทศ อยากทราบว่าบริษัทฯ จะถูกลดสัดส่วนหรือไม่

กรรมการผู้จัดการตอบ กระทรวงการคลังยังถือหุ้นของบริษัทฯ เท่าเดิมคือ ร้อยละ 13.81

เมื่อไม่มีผู้ถือหุ้นซักถามเพิ่มเติมอีก ประธานฯ ปิดประชุมเวลา 16.18 น.