ธุรกิจโรงแรมและการบริการ

บริษัทฯ เริ่มขยายสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 โดยจัดตั้งตั้งบริษัท สาธร โปรเจ็ควัน จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่มีทุนจดทะเบียนจำนวน 200 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และจัดซื้อที่ดินบนแยกถนนสาธรพระราม 4 ซึ่งเป็นทำเลย่านธุรกิจในกรุงเทพฯ เพื่อดำเนินการก่อสร้างและพัฒนาโรงแรมแฟล็กชิปแห่งแรกของบริษัทฯ โดยจะเป็นโรงแรมหรูสูง 38 ชั้น 209 ห้อง ภายใต้การบริหารโดยแบรนด์ใหม่ของ PDI เอง โดยมีมูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2567

ปี 2563 บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจใหม่ด้านอสังหาริมทรัพย์ตามกลยุทธ์ธุรกิจที่มุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพและมีศักยภาพในการเติบโตสูง เพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้บรรลุผลสำเร็จในการเจรจาเข้าซื้อกิจการโรงแรมใหม่ระดับโลก 2 แห่ง “โรงแรม โฟร์ ซีซั่นส์ โฮเต็ล แอท แบงค็อก แอท เจ้าพระยาริเวอร์” และ “โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ” ซึ่งมีมูลค่าสุทธิกิจการรวม 10,500 ล้านบาท โดยเข้าถือหุ้นร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้วที่มีมูลค่ารวม 5,500 ล้านบาทในบริษัท เออร์เบิร์น รีสอร์ท โฮเต็ล จำกัด (URH) และบริษัท วอเตอร์ฟร้อนท์ โฮเต็ล จำกัด (WFH) โดยคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนในหุ้นดังกล่าวรวม 2,805 ล้านบาท ทั้งนี้ URH และ WFH เป็นบริษัทที่ถือสิทธิในการใช้ทรัพย์สินและที่ดิน ตลอดจนสิทธิและใบอนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการและบริหารภายใต้แบรนด์ “โฟร์ ซีซั่นส์” และแบรนด์ “คาเพลลา” ตามลำดับ

โรงแรมทั้งสองเป็นโรงแรมใหม่ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ มีพื้นที่ก่อสร้างรวมกว่า 140,000 ตารางเมตรซึ่งใหญ่กว่าโรงแรมอื่นๆ หลายเท่า ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 35 ไร่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวทอดยาวกว่า 350 เมตร ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ ที่เป็นจุดดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สำหรับโรงแรมคาเพลลาฯ เป็นโรงแรม Boutique Super Luxury ให้บริการห้องพักในรูปแบบวิลล่าและห้องสวีทรวม 101 ห้อง ทุกห้องสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ส่วนโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ฯ เป็นรีสอร์ทใจกลางเมืองที่ออกแบบเน้นความกลมกลืนกับความพริ้วไหวของสายน้ำด้วยเพดานสูงโปร่งมีห้องพักรวม 299 ห้องและ 40% ของห้องพักมีวิวริมแม่น้ำ นอกจากนี้ทั้งสองโรงแรมยังได้รวบรวมร้านอาหารที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเชฟระดับมิชลินสตาร์ จำนวน 11 ร้าน พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหนือกว่าด้วยวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม โดยเฉพาะพื้นที่จัดเลี้ยงที่มีเกือบ 5,000 ตารางเมตร รองรับการจัดงานแต่งงานระดับ Supreme พร้อมกันได้ถึง 3-4 งาน และงานอีเว้นท์ต่างๆ โดยมีที่จอดรถกว่า 4,000 คันรองรับ

แม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และโรงแรมทั้งสองแห่งนี้เพิ่งเปิดดำเนินการเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ได้รับความนิยมเกินกว่าที่ประเมินไว้ โดยเฉพาะในส่วนของห้องอาหารและห้องห้องจัดเลี้ยงที่มีความโดดเด่นได้รับการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าในประเทศ มีการจองใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายสูงเกินเป้าที่ตั้งไว้ ซึ่ง ณ สิ้นปี 2563 โฟร์ ซีซั่นส์ฯ มียอดการจองจัดเลี้ยงรวม 42 งานส่วนคาเพลลามียอดจอง 29 งาน ภายหลังวิกฤตโควิท-19 คลี่คลาย บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าธุรกิจการท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวโดยเร็วและโรงแรมทั้งสองแห่งเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว บริษัทฯ จะรับรู้รายได้จากโรงแรมทั้งสองแห่งรวมกันสูงกว่ารายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนหลายเท่า

การเข้าซื้อกิจการโรงแรมใหม่แบรนด์ระดับโลกทั้งสองแห่งนับเป็นก้าวเริ่มต้นที่สำคัญของ PDI ในธุรกิจโรงแรมและการบริการ เนื่องจากเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับบริษัทฯ โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวจากการระบาดของโควิด -19

ภาวะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยรวม

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยยังคงเป็นภาคธุรกิจสำคัญที่สุดธุรกิจหนึ่งของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 8.2 ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาก่อนวิกฤตโควิท-19 ปี 2562 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน และกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากเป็นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง โดยมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเกือบ 23 ล้านคน วิกฤตโควิดที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมไม่ใช่วิกฤตแรกที่ประเทศไทยเผชิญ ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตการณ์ต่างๆ ทั้งภัยสึนามิ โรคระบาดซาร์ส เหตุการณ์ความไม่สงบภายในประเทศหรือการปฏิวัติรัฐประหาร จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งประเทศไทยยังอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญซึ่งมีนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียประมาณ 13 ล้านคนต่อปี ซึ่งมียอดการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนประมาณ 42,000 บาท สำหรับโรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ฯ และโรงแรมคาเพลลาฯ ที่บริษัทฯ ได้เข้าซื้อกิจการจัดอยู่ในกลุ่มลักซ์ชัวรีโฮเต็ลซึ่งภาวะปกติจะมีอัตราการเข้าพักสูงถึงร้อยละ 70 ของอัตราการเข้าพักโดยรวม มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเฉพาะคือ กลุ่มนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทยที่มีกำลังซื้อในระดับสูง อีกทั้งยังเป็นโรงแรมริมแม่น้ำซึ่งมีคู่แข่งน้อยรายเพียง 4-5 ราย และมีปริมาณห้องพักรวมกันแล้วประมาณ 2,000 ห้องเท่านั้น จึงเป็นโอกาสทางการตลาดที่มีศักยภาพสูงและเป็นลักษณะเฉพาะ (Unique)

 
 

PDI Hospitality

  • Four Seasons
  • Capella