การบริหารทรัพยากรบุคคล

การบริหารทรัพยากรบุคคล

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคลในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้พนักงานมีการพัฒนาความรู้ความสามารถอยู่เสมอ ทั้งการพัฒนาความรู้ความสามารถด้านการทำงานและการมีทัศนคติและจรรยาบรรณที่ดีในการทำงาน มีการจัดการอบรมทั้งภายในและภายนอกองค์กร การพิจารณาปรับปรุงค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงานในระดับที่เหมาะสมกับตลาดแรงงาน โดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนของบริษัทในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน

ค่าตอบแทนพนักงาน

บริษัทฯ ได้กำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการอย่างเหมาะสมแก่พนักงานตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ ค่าตอบแทน ประกันสุขภาพ ค่ารักษาพยาบาล กองทุนเงินสำารองเลี้ยงชีพ เครื่องแบบพนักงาน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เหมาะสมให้กับพนักงาน รวมทั้งการปรับปรุงโปรแกรมการตรวจสุขภาพประจำปีให้เหมาะสม โดยในปี 2563 บริษัทฯ ได้จ่ายค่าตอบแทนพนักงานจำนวนทั้งสิ้น 83.53 ล้านบาท ซึ่งค่าตอบแทนดังกล่าว ได้แก่ เงินเดือน โบนัส เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ค่ากะ ค่าทำงานล่วงเวลา สวัสดิการต่างๆ รวมถึงค่าชดเชยกรณีการเลิกจ้างเนื่องจากการปรับเปลี่ยนธุรกิจ เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทย่อยยังได้จ่ายค่าตอบแทนให้แก่พนักงานรวม 6.35 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 บริษัทฯ มีพนักงานรวมบริษัทในเครือทั้งสิ้นจำนวน 62 คน

สวัสดิการพนักงาน

บริษัทฯ คำนึงถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน จึงจัดให้มีสวัสดิการต่างๆ ให้กับพนักงาน และครอบคลุมถึงครอบครัวพนักงาน มาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมถึงครอบครัวสวัสดิการด้านทันตกรรม การตรวจสุขภาพประจำปี การจัดให้มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีอย่างเหมาะสม  การจัดเลี้ยงสังสรรค์ในโอกาสต่างๆ ประจำปี การสัมมนาพนักงานประจำปี  และเงินรางวัลกรณีอายุงานพนักงาน

การพัฒนาความรู้ความสามารถ

บริษัทฯ ได้จัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่งเพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้พัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะที่จำเป็นในการทำงาน โดยจัดทำแผนการฝึกอบรม ทั้งในลักษณะที่เป็นการอบรมภายใน โดยการเชิญวิทยากรที่มีความรู้ความสามาถในแต่ละด้าน เช่น การอบรมพัฒนาทักษะด้านอารมณ์และการบริหารจัดการความคิดหรือ Soft Skill ต่างๆ และการอบรมภายนอก โดยให้พนักงานสามารถเข้าร่วมอบรมหลักสูตรที่ตนเองสนใจที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างหนักในปี 2563 ที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจของประเทศหยุดชะงัก บางธุรกิจต้องปิดตัวลงหรือมีการเลิกจ้างพนักงาน เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นบททดสอบที่สำคัญของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตมาได้โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อพนักงาน และบริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการและแนวทางการดำเนินการเพื่อการป้องกัน เฝ้าระวังและการควบคุมการระบาดโควิด 19 ของกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด โดยได้กำหนดแนวปฏิบัติตนเพื่ออหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการติดเชื้อ ทั้งการสนับสนุนให้พนักงานทำงานที่บ้าน (Work from Home) การจัดเตรียมอุปกรณ์เจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค  ตลอดจนเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดภายในสำนักงานมากขึ้น  และมีการสื่อสารให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้กำหนดแนวการปฏิบัติเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดที่เข้มข้นสำหรับบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อหรือปฏิบัติงานภายในพื้นที่กิจการ โดยเฉพาะผู้รับเหมาที่เข้ามาดำเนินการรื้อถอนอุปกรณ์เครื่องจักรภายในโรงถลุงสังกะสีที่จังหวัดตาก นอกเหนือจากจะต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล เครื่องมือ เครื่องจักรที่ได้มาตรฐานอย่างเหมาะสมและเพียงพอเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน ยังจะต้องให้ความร่วมมือปฏิบัติตามแนวปฏิบัติฯ ของบริษัทฯ ซึ่งไม่พบรายงานมีผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด แม้ว่าจังหวัดตากเป็นจะอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสีแดงในการแพร่ระบาดรอบใหม่

บริษัทฯ ยังส่งเสริมให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในโครงการเพื่อสังคมมอบถุงปันน้ำใจช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19  ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งส่งมอบความช่วยเหลือดังกล่าวแก่อดีตพนักงานของบริษัทฯ ที่ได้รับผลกระทบในต่างจังหวัดอีกด้วย

การมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) รวมถึงเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างสรรค์สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ในแต่ละปีบริษัทฯ จะจัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่งเพื่อให้การสนับสนุนกิจกรรมหรือโครงการที่เป็นประโยชน์และตอบสนองความต้องการของชุมชนและสังคมส่วนรวมที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นระยะนาน 40  ปี โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญด้านการศึกษา สาธารณสุข ศาสนาและประเพณีวัฒนธรรม  สาธารณประโยชน์และการพัฒนาส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างเสริมพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) ตั้งแต่ต้นปี 2563 เรื่อยมาซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงเป็นวงกว้างไปทั่วโลก ที่ไม่ใช่แค่วิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุขของโลกเท่านั้น แต่ยังนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคมครั้งรุนแรงอันเป็นผลจากมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดของหลายประเทศที่ฉุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกเข้าสู่ภาวะชะงักอย่างฉับพลันเป็นระยะเวลายาวนานข้ามปี เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยก็ได้รับความเสียหายอย่างมาก สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรมหลัก ๆ เช่น การท่องเที่ยว สายการบิน รวมทั้งการส่งออกที่หดตัวรุนแรงจากความต้องการทั่วโลกที่ลดลง  ความจำเป็นที่ต้องปิดสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดได้ส่งผลกระทบกระทบต่อรายได้และการจ้างงานทั่วประเทศ

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด 19  กลุ่มบริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) และบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)  จึงได้ร่วมจัดทำโครงการเพื่อสังคม “ปันน้ำใจช่วยภัยโควิด 19” โดยจัดเตรียมถุงน้ำใจจำนวนกว่า 10,000 ชุด  นำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบความเดือดร้อนทั้งในกรุงเทพฯ และชุมชนต่างๆ ที่อยู่ใกล้โรงงานตามจังหวัดต่างๆ  โดยจัดสรรงบประมาณกว่า 5.5 ล้านบาท และเงินบริจาคสมทบส่วนหนึ่งจากพนักงาน เพื่อส่งต่อปัจจัยและสิ่งของจำเป็นบรรเทาความเดือดร้อนต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2  เดือนคือ ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน

การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวนี้เป็นเพียงหนึ่งในกิจกรรมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 2019  เพื่อให้กำลังใจและช่วยเหลือสังคม ชุมชน และประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน เพื่อให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน

การจัดกิจกรรมฯ ได้คำนึงถึงความปลอดภัย และสุขอนามัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ โดยได้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข  การใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)  การสวมใส่หน้ากากอนามัย ตลอดจนอุปกรณ์ป้องกันและทำความสะอาดเพื่อป้องกันโรค อีกทั้งดำเนินการให้เป็นไปด้วยความระเบียบเรียบร้อย โดยกลุ่มบริษัทฯ ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและผู้นำแต่ละชุมชนในการลงพื้นที่แต่ละครั้งอย่างเคร่งครัด ทำให้การจัดกิจกรรมฯ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทฯ มีได้กำหนดหลักปฏิบัติสำหรับคู่ค้าซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งด้านจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชนและการต่อต้านการทุจริตตาม พร้อมทั้งได้มีการสื่อสารให้คู่ค้าของบริษัทฯ ได้รับชอบผ่านช่องทางต่างๆ  และยังคงมีการประเมินคู่ค้าหรือผู้รับเหมาก่อนและหลังการปฏิบัติเพื่อให้การทำงานมีความปลอดภัยและสามารถส่งมอบงานตามกำหนดเวลา สำหรับบริษัทในเครือหรือธุรกิจร่วมทุน บริษัทฯ มีหน่วยงานจัดซื้อกลางดูแลด้านนโยบายและการควบคุมเพื่อให้ดำเนินการเป็นไปตามหลักปฏิบัติสำหรับคู่ค้าที่ได้ประกาศไว้ และมีการบริหารจัดการป้องกันความเสี่ยงจากคู่ค้าที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ  ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างความรอบคอบ ทั้งนี้บริษัทฯ   มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจคู่ค้าในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการจัดซื้อที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม